การประเมินสมรรถนะและประสิทธิภาพการดำเนินงานของสหกรณ์ออมทรัพย์: กรณีศึกษาสหกรณ์ออมทรัพย์สถาบันอุดมศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร

Other Title:
AN EVALUATION OF THE OPERATIONAL PERFORMANCE AND EFFICIENCY FOR THE SAVINGS AND CREDIT COOPERATIVES: A CASE STUDY OF THE UNIVERSITY SAVINGS AND CREDIT COOPERATIVES IN BANGKOK AREA, THAILAND
Author:
Subject:
Date:
2558-12-22
Publisher:
มหาวิทยาลัยศิลปากร
Abstract:
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อค้นหาความหมายของประสิทธิภาพการดำเนินงานสหกรณ์
ออมทรัพย์และยืนยันความสำคัญของตัวชี้วัดการดำเนินงานของสหกรณ์ออมทรัพย์ 2) เพื่อพัฒนาและคัดเลือก
ตัวชี้วัดเชิงคุณภาพและตัวชี้วัดเชิงปริมาณของการดำเนินงานของสหกรณ์ออมทรัพย์ 3) เพื่อประเมินสมรรถนะ
การดำเนินงานของสหกรณ์ออมทรัพย์สถาบันอุดมศึกษาในเขตกรุงเทพมหานครจากตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ และประเมิน
ประสิทธิภาพการดำเนินงานจากตัวชี้วัดเชิงปริมาณ 4) เพื่อพัฒนาและนำเสนอวิธีการบูรณาการการนำตัวชี้วัดเชิง
คุณภาพและตัวชี้วัดเชิงปริมาณใช้เป็นเครื่องมือในการดำเนินงานของสหกรณ์ออมทรัพย์ และ 5) เพื่อจัดทำ
ข้อเสนอแนะสำหรับแนวทางในการประเมินสมรรถนะและประสิทธิภาพการดำเนินงานจากตัวชี้วัด การวิจัยนี้เป็น
การวิจัยแบบพหุวิธีด้วยระเบียบวิธีการวิจัยเชิงเอกสาร วิธีการสร้างทฤษฎีฐานราก วิธีการเดลฟายฟัซซี การประยุกต์
ทฤษฎีเกรย์ วิธีการ DEA (Data Envelopment Analysis) จากตัวแบบ CCR และตัวแบบ BCC และการประชุม
เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะ ในการค้นหาความหมายของประสิทธิภาพการดำเนินงานและจัดทำตัวชี้วัดสหกรณ์ออม
ทรัพย์มีผู้ให้ข้อมูลจำนวน 24 คน และเลือกใช้สหกรณ์ออมทรัพย์สถาบันอุดมศึกษาในเขตกรุงเทพมหานครจำนวน
13 แห่งในการประเมินสมรรถนะและประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยมีผู้ประเมินจำนวน 5 คนในการให้คะแนน
จากตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ ผลการวิจัยพบว่า 1) ความหมายของประสิทธิภาพการดำเนินงานของสหกรณ์ออมทรัพย์มี 3
ความหมาย คือ การเป็นสถาบันอันเป็นที่พึ่งของสมาชิก การเป็นสถาบันที่เป็นกระบวนการสหกรณ์ และการเป็น
สถาบันทางการเงิน 2) ตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ คือ ตัวชี้วัด SMAARTS ประกอบด้วยด้านโครงสร้างการบริหาร ด้านการ
จัดการ (ผู้จัดการ กลยุทธ์ บุคลากร และกระบวนการ) ด้านระเบียบปฏิบัติ ด้านสินทรัพย์ ด้านความเสี่ยง ด้านความ
เชื่อมั่นของสมาชิก และด้านความพอเพียง ส่วนตัวชี้วัดเชิงปรมาณประกอบด้วยปัจจัยผลผลิตมี 4 ตัวแปร คือ เงินสด
และเงินฝาก ลูกหนี้เงินให้กู้สุทธิ รายได้ทั้งสิ้น และเงินลงทุนทั้งสิ้น และปัจจัยนำเข้ามี 3 ตัวแปร คือ เงินรับฝากจาก
สมาชิก ค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น และทุนสหกรณ์ 3) ผลการประเมินสมรรถนะการดำเนินงานจากตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ พบว่ามี
6 สหกรณ์ที่มีสมรรถนะ และเมื่อประเมินด้วยตัวชี้วัดเชิงปริมาณ พบว่ามี 10 และ 12 สหกรณ์ที่มีประสิทธิภาพจาก
ตัวแบบ CCR และตัวแบบ BCC ตามลำดับ 4) ผลการบูรณาการการนำตัวชี้วัดเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณใน
รูปกราฟ 2 มิติ สามารถแบ่งกลุ่มสหกรณ์ออกเป็น 4 กลุ่ม ตามความมี/ไม่มีประสิทธิภาพจากตัวชี้วัดเชิงคุณภาพและ
เชิงปริมาณ และ และ 5) ข้อเสนอแนะจากการประชุมร่วมกับคณะผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่ามีแนวการดำเนินการ 5
ประการ ในการประเมินสมรรถนะและประสิทธิภาพการดำเนินงานจากตัวชี้วัด คือ การสร้างการรับรู้และการ
ยอมรับ การนำระบบสารสนเทศมาใช้ในการดำเนินงาน การพัฒนาที่ยั่งยืน การขยายขอบเขตการวิจัย และการ
ผสานระบบและสร้างเครือข่ายตัวชี้วัด The objectives of this research were: 1) to seek the definition of operational efficiency and to
confirm the importance of the performance indicators for savings and credit cooperatives; 2) to develop and
assort the qualitative and quantitative indicators for savings and credit cooperatives; 3) to evaluate the
operational performance of savings and credit cooperatives universities in Bangkok area, Thailand by using
qualitative indicators and to evaluate their operational efficiency by using quantitative indicators; 4) to develop
and present a means of integrating both qualitative and quantitative indicators as an operational tool for savings
and credit cooperatives; and 5) to make suggestions for approach of evaluate the operational performance and
efficiency in savings and credit cooperatives. This research was multi-method and used document analysis, the
grounded theory method, the Fuzzy Delphi method, the Grey theory application, the DEA method from the CCR
and BCC models, as well as material for research suggestions from the meetings. Twenty-four savings and credit
cooperatives participants were selected from thirteen universities to evaluate operational performance and
efficiency. This process included five assessors to appraise the qualitative indicators for each participant. The
results found that: 1) There are three meanings regarding the efficiency of savings and credit cooperatives: that
the institution supports its members, that the institution is categorically run by cooperative procedures, and that
it is a financial institution; 2) The qualitative indicators used are the SMAARTS indicators, which are comprised of
structure, management (including manager, strategic, staff and procedural), agreement, assets, risks, trust, and
sufficiency. The quantitative indicators are comprised of input and output factors, where output factors include
cash and bank deposits, loans receivable net, and total revenue and investment. Input factors include deposits
from members, total expenses, and cooperative share capital; 3) By evaluating the performance from qualitative
indicators it was found that six of the participating cooperatives have high performance. However, when
evaluated using the quantitative indicators, it was found that there were ten and twelve cooperatives that were
considered to be efficient, using the CCR and BCC models respectively; 4) The results of the integration of
qualitative and quantitative analysis, when put into a 2-dimensional graph, found that the cooperatives can be
classified into four groups, based on being efficient or not from the qualitative and quantitative indicators; and 5)
Suggestions to approach of evaluate the operational performance and efficiency of savings and credit
cooperatives include the operation path five ways, which are: creating perceived and acceptance, using
information technology for operation, sustainable development, extending research scope and integrating
systems, and creating the indicators network.
Type:
Discipline:
การจัดการ แบบ 1.1 ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต
Collections:
Total Download:
206